มันชินี่ ยังบอกไม่คิดเรื่องแชมป์เหมือนเดิม

โรแบร์โต้ มันชินี่ เทรนเนอร์ผมสลวยของสโมสร งูใหญ่ อินเตอร์ มิลาน ออกโรงปฏิเสธคำทำนายต่างๆที่มองกันว่า อินเตอร์ มิลาน จะเป็นทีมที่ได้แชมป์ สคูเด็ตโต้ หรือแชมป์ลีกสูงสุดของอิตาลีในฤดูกาลนี้ หลังจากรอคอยมายาวนาน แต่ถึงแม้ว่าปัจจุบันยังทำทีมเป็นจ่าฝูงอยู่ก็ยังคงแสดงความเห็นว่าทีมไม่ได้เป็นตัวเต็งแต่อย่างใด หลังจากที่ทีม อินเตอร์ มิลาน สามารถเป็นแชมป์ก่อนพักหนีหนาวได้เรียบร้อยแล้ว และทำคะแนนทิ้งห่างทีม ฟิออเรนติน่า และ นาโปลี ไปแล้ว 4 แต้มด้วยกัน แต่ทว่า มันชินี่ ยังไม่ประมาทอยู่ดี พร้อมพาทีมลงสู้ศึกต่อไปเรื่อยๆเพื่อคว้าชัยชนะให้ได้มากที่สุดเท่าที่ทำได้เท่านั้นโดยไม่ได้คิดเรื่องแชมป์เป็นหลัก “บอกตามตรงว่าผมคิดว่าตัวเต็งแชมป์จริงๆแล้วก็คือ ยูเวนตุส แล้วก็ นาโปลี รวมถึง ฟิออฯต่างหากหละ แต่ทว่าเราจะได้รู้กันแล้วในปีหน้านี้ว่าจะเป็นอย่างไรต่อไป”โรแบร์โต้ มันชินี่ กล่าวเปิดใจเกี่ยวกับการลุ้นแชมป์ “พวกเราต้องพัฒนากันไปในหลายๆด้านเพื่อก้าวไปสู่จุดมุ่งหมายที่วางเอาไว้ แม้ว่าบางคนมองว่าเราไม่ต้องไปเล่นในฟุตบอลยุโรปมันจะเป็นผลดี ผมก็คิดว่าใช่นะผมไม่ได้บอกปัดหรอก และมันช่วยให้พวกเรามีเวลาฝึกซ้อมกันมากขึ้นกว่าเดิมมากเลย” “แต่ถึงอย่างไรแล้ว อินเตอร์ ในปัจจุบันยังอยู่ห่างจากมาตรฐานที่ควรจะเป็นอยู่มากๆ ตอนนี้เราต้องพยายามก้าวขึ้นไปอยู่ในจุดที่ควรจะเป็นทีละเล็กทีละน้อย เราต้องติด 5 อันดับแรกให้ได้ในฤดูกาลนี้ ก่อนจะคิดเรื่องอื่น เราจะไม่เสียสมาธิเด็ดขาด นี่แหละสิ่งที่เราคาดหวังเอาไว้”    

ความเป็นไปได้ที่ปืนใหญ่จะคว้าตัว ปิแอร์ เอเมอริค โอบาเมยอง

เป็นเวลากว่าปีที่ผ่านมาที่ทีมปืนใหญ่ “อาร์เซนอล” พยายามที่จะดึงตัวยอดนักเตะอย่าง ปิแอร์ เอมอริค โอบาเมยอง เข้ามาเตะให้ทีม จากการเสียนักเตะคนสำคัญไปให้ทีมอื่นตอน ถ้าดูจากปี 2015 ที่ผ่านมา ปืนใหญ่ได้พลาดในการคว้าตัวเขาเพียงมูลค่า 29 ล้านปอนด์ที่พร้อมจะย้ายในทันที แต่ในปี 2018 นี้ ทางปืนใหญ่ได้ส่งข้อเสนอด้วยเงินเป็นจำนวนมากถึง 50 ล้านปอนด์ แต่กลับถูกทางดอร์มุนด์ปัดข้อเสนอทิ้งไป คาดว่าค่าตัวของโอบาเมยองจะสูงขึ้นได้มากกว่านี้อีก ภายหลังเริ่มมีข่าวหนาหูขึ้น เกี่ยวกับปัญหาในการร่วมงานกันระหว่างทีมของโอบาเมยอง ที่มักจะทำตัวขวางโลก ซึ่งได้รับการยืนยันจากปากของจุ๊ปป์ ไฮย์เกส กุนซือ บาเยิร์น มิวนิค ต่อมาไม่นานปืนใหญ่ก็สามารถคว้าตัวของโอบามายองมาได้สำเร็จ ด้วยมูลค่ามากถึง 55 ล้านปอนด์ หรือตีเป็นเงินได้ประมาณ 2,421,533,547 บาท ส่วนตัวนักเตะได้รับค่าจ้างอยู่ที่ 180,00 ปอน์ด หรือประมาณ 8,100,000 บาท ต่อสัปดาห์ ถือสัญญายาวถึงปี 2021 นับค่าตัวที่แพงที่สุดเท่าที่เคยมีมาในสโมสร หลังจากที่คว้าตัว เฮนริค มคิทาร์ยาน มาด้วยราคา 35 ล้านปอนด์ ที่ย้ายเข้ามาตั้งแต่ปี 2014แต่สถิติก็ถูกทุบไปหน้าตาเฉยจาก …

เส้นทางการป้องกันแชมป์ของราชันชุดขาว

Roberto Carlos พูดให้สัมพาทอย่างมั่นใจว่า เรอัลมาดริดสามารถคว้าแชมป์เป็นสมัยที่สามติดต่อกันได้ ถึงแม้จะทำออกมาไม่ค่อยดีในฤดูกาลนี้เท่าไหร่ จากการบริหารของ Zinedine Zidane ที่นำพาเรอัล มาดริดขึ้นสู่จุดสูงสุดในการป้องกันแชมป์ของยุโรปในปี 2017 ซึ่งตอนนี้ เรอัล มาดริด ยังตามหลังบาร์เซโลนาอยู่ 15 แต้ม “ตอนนี้เราได้พัฒนาตัวเองมาได้ไกลกว่าที่คาดแล้ว และเราคิดว่าสามารถทำมันได้ดีที่สุด” และดูเหมือนว่าหากต้องไปเจอกับเลียวเนล เมสซี หรือบาร์เซโลนา แชมป์สามสมัยของเราก็ดูทีท่าว่าจะมั่นใจอย่างเต็มที่ ว่าจะขจัดภัยทั้งหลายให้ออกไปทั้งหมดทั้งหมดอย่างง่ายดาย และยังเสริมอีกว่า “ทีมที่ชนะมา 12 ลีก ไม่มีอะไรต้องไปกังวลกับทีมที่ชนะมาเพียง 5 ลีกหรอก” ถึงแม้ว่าจะมีปัญหาในบ้านอยู่มาก แต่ก็ไม่ได้ทำให้การเล่นในลีกมีประสิทธิภาพลดลงไปเลย แถมยังเด่นขึ้นมาอีกหลังจากที่ต้องไปเผชิญหน้ากับยูเวนตุสในเดือนหน้า ทีมเรอัล มาดริด ถูกคาดหวังไว้สูงมากจากในประเทศ ทำให้เพิ่มความกดดันกับ Zidane เป็นอย่างมาก แต่ด้วยลูกทีมที่เชื่อใจในตัวโค้ช ของพวกเขา หวังจะทำให้ออกมาดีที่สุด ก็ทำให้เขาหายห่วงไปเปราะหนึ่ง ซึ่งในอดีตที่ผ่านมา เขาได้พิสูจน์ตัวเองแล้วว่าเป็นผู้จัดการทีมที่ดีที่สุดในโลก ในฐานะอดีตนักเตะที่เก่งที่สุดในโลก ที่ได้แชมป์โลกรวมถึงแชมป์ลีกมาหลายสมัย ซึ่งดูเหมือนจะไม่มีอะไรที่เขาไม่สามารถชนะได้ เราลองมาย้อนกลับมาดูให้มั่นใจกันดีกว่า ว่าทำไมเขาถึงมั่นใจนักว่าจะชนะนัก ชนะหนาเสียเหลือเกิน เรอัลมาดริด ถือกำเนิดในปี ค.ศ.1900 …

เลิฟ แย้มเรียก คิมมิช ติดทีมธงอินทรีเหล็ก

โยอัคคิม เลิฟ บุนเดสเทรนเนอร์ของทีมชาติเยอรมัน ยอมรับว่าตอนนี้กำลังพิจารณาอยู่ว่าต้องการนักเตะอเนกประสงค์เข้ามาติดทีมชาติเยอรมัน โดนเฉพาะในตำแหน่งกองกลางและกองหลัง ซึ่งในรายของ โยชัว คิมมิช คือหนึ่งในนักเตะที่น่าสนใจมากๆสำหรับเรียกขึ้นไปเล่นให้กับทีมชาติเยอรมัน แต่ยอมรับว่าต้องรอดูอีกระยะหนึ่งเหมือนกันกว่าจะตัดสินใจได้ นายใหญ่วัย 56 ปี ได้เข้ามานั่งชมการเล่นเกมใหญ่ของบุนเดสลีกาในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมาระหว่าง โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ ที่พบกับ บาเยิร์น มิวนิค และยังได้พูดถึง โยชิว คิมมิช กองกลางดาวรุ่งประจำทีมด้วยที่ถูกจับไปเล่นเป็นปราการหลังตัวกลางในเกมนัดดังกล่าวและทำผลงานได้เป็นอย่างดี โดยในเกมดังกล่าวได้เล่นเป็นคู่กองหลังร่วมกลับ ดาบิด อลาบา กองหลังจำเป็นอีกคนหนึ่ง แต่สามารถหยุดยั้งแนวรุกอันสุดอันตรายอย่าง มาร์โค รอยส์,มาร์คิตาร์ยาน และ โอบาเมยอง ได้สำเร็จส่งผลให้มีคะแนนนำหน้าทีม เสือเหลือง อยู่ 5 แต้มเหมือนเดิม “คิมมิช เล่นได้วิเศษมากๆเลยในตำแหน่งกองหลังตัวกลาง ผมเคยเห็นเขาได้เล่นในตำแหน่งมิดฟิลด์ตัวกลางมาแล้วนะ เขายังอยู่ในข่ายนักเตะที่เราจะเรียกมาติดทีมชาติ เราต้องรอดูกันต่อไปเรื่อยๆในอีกหลายๆเกม แต่ทว่าในตอนนี้ผมยอมรับเลยว่าสนใจตัวของเจ้าหนูรายนี้มากๆ เราน่าจะได้มีโอกาสทำงานด้วยกันบ้างนะในยูโร 2016 แต่ทุกอย่างยังไม่น่าไม่นอน” “เกมนี้เยี่ยมยอดมากๆ ผลเสมอที่ทั้งสองทีมได้รับก็สมควรแล้ว พวกเขาทั้งสองทีมมีนักเตะในทีมชาติเยอรมันหลายต่อหลายคน มันเลยเป็นเกมที่พิเศษไปเลยแหละ”

เอ็นริเก้ ภูมิใจต่างดาวพัฒนาไปอีกขั้น

หลุยส์ เอ็นริเก้ ผู้จัดการทีม บาร์เซโลน่า ยกย่องลูกทีมตัวเองว่าตอนนี้ได้มีการพัฒนาเดินหน้าไปไกลกว่าเดิมอีกขั้นแล้ว หลังจากถล่มเอาชนะ เออิบาร์ ไปได้อย่างงดงาม 4-0 แต่ทั้งนี้ยังยืนยันชัดเจนว่าไม่เคยคิดว่าทีมมีแชมป์อยู่ในมืออยู่แล้วเลย จากผลงานการไร้พ่ายเป็นเกมที่ 36 ติดต่อกันเข้าไปแล้วในเกมล่าสุดทำให้พวกเขามีคะแนนนำหน้าเป็นทีมจ่าฝูงด้วยการมีแต้มนำห่างถึง 8 คะแนนจากทีมอันดับที่ 2 นอกจากนั้น หลุยส์ เอ็นริเก้ ได้ให้สัมภาษณ์เอาไว้ว่าทีมของเขากำลังเดินมาอยู่ในจุดที่ถูกต้องแล้ว และนี่คือฟอร์มการเล่นที่น่าพอใจมากๆ “มันไม่ต้องมีข้อสงสัยเลยจริงๆ เราอยู่ในจุดที่ควรจะอยู่” “มันต้องขอบคุณความสามารถของพวกเราเองนะครับ มันไม่มีใครมอบอะไรให้พวกเราทั้งนั้นแหละ เรากำลังเข้าใกล้ช่วงเวลาสำคัญๆของฤดูกาล และมีลุ้นแชมป์ทั้ง 3 ถ้วยอีกด้วย แต่ก็เถอะนะมันมีเกมให้ลงสนามเยอะแยะกับคู่แข่งของเราตรงๆ” “ซึ่งผมมีความสุขมากที่ได้เห็นการพัฒนาไปในทางที่ดีของทีมมากกว่าเดิม พวกเรายังคงมีแรงกระตุ้นกันเหมือนเดิมเรื่อยๆ” “ก่อนเกมเริ่มเราดูว่ามันยอดเยี่ยมอยู่แล้ว และเมื่อมันเป็นแบบนี้มันยิ่งยอดเยี่ยมเข้าไปใหญ่” “จริงๆแล้วเราดูเหมือนกับว่าเป็นยอดทีมอยู่แล้ว แต่วันนี้เรายังดูดีขึ้นกว่าเดิมไปอีกนะ เรามีความแข็งแกร่งมากๆ เพราะเราได้เจอกับทีมที่ไม่ใช่ง่ายๆเลย เรารู้ดีว่าจะผ่านความกดดันของพวกเราไปได้แค่ไหน” “ในวงการฟุตบอลมันไม่มีทางรู้ได้เลยว่าอะไรมันจะเกิดขึ้นบ้างถ้าหากว่าคุณยังคงรักษาระดับการเล่นเดิมๆของคุณได้มันยังเหลืออีก 30 คะแนนให้เราลงเล่นนะ ทีมรู้กันดีเรื่องนี้ เราไม่ได้ประมาทแน่นอน ทัศนคติในการเล่นในวันนี้ก็เห็นแล้วว่าเป็นอย่างไร เราไม่มีทางคิดว่าตัวเองเป็นแชมป์ไปแล้วหรอกจนกว่าทุกๆอย่างมันทำได้อย่างที่เราคิดกัน”

บาร์ซายี่ โคตรภูมิใจยิงประตูได้แล้ว

อันเดรีย บาร์ซายี่ กองหลังทีมชาติ อิตาลี ของสโมสร ม้าลาย ยูเวนตุส ได้แสดงความปลาบปลื้มอย่างสุดขีดที่เติมขึ้นมาช่วยพังประตูให้กับทีมต้นสังกัดเอาชนะ อตาลันต้า ไปได้ 2-0 อย่างงดงาม นี่คือการทำประตูได้ครั้งแรกในรอบกว่า 4 ปีของ อันเดรีย บาร์ซายี่ กองหลังทีมชาติอิตาลี โดยที่ประตูล่าสุดต้องย้อนไปในปี 2012 กันเลยทีเดียว “ถ้าหากว่าพวกเราต้องการชัยชนะ เราจะต้องทุ่มเทกันจนสุดกำลังความสามารถของเราเองเพื่อเดินหน้าไปยังเป้าหมายที่ถูกต้องและต้องการเอาไว้ให้ได้”อันเดรีย บาร์ซายี่ ได้พูดหลังเกมทันที “ในช่วงที่เพื่อนๆเข้ามาแสดงความดีใจกับผมยกใหญ่เพราะว่าผมไม่เคยยิงประตูได้มาก่อน แต่จริงๆนี่ไม่ได้เป็นประตูแรกของผมหรอกครับ” “เรื่องที่มันสำคัญมากที่สุดในวันนี้มันก็คือพวกเราได้รับชัยชนะนี่แหละ เสียงอะไรมากมายมันแสดงความดีใจกันเข้ามาเยอะแยะ ผมมีความสุขมากๆโดยเฉพาะตอนที่ได้ยินแฟนบอลแสดงความดีใจ” “ช่วงครึ่งเวลาแรกพวกเราเล่นกันได้เป็นอย่างดีมากๆเลย แต่เมื่อมาลงสนามในครึ่งเวลาหลังเรากลับแผ่วปลายไปดื้อๆ หลังจากที่ไปพักกันมาช่วงครึ่งเวลา” “ลองดูช่วง 20 นาทีสุดท้ายดูก็ได้นะครับช่วงนั้นทีมของเราดูอ่อนเพลียไปเสียหมดเลย จริงๆต้องขอบคุณตัวสำรองวันนี้ มาริโอ เลมิน่า ที่ช่วยทำประตูตอกย้ำชัยชนะให้เราได้ เราเลยเล่นกันง่ายขึ้นมากกว่าเกม”อันเดรีย บาร์ซายี่ ปราการหลังทีมชาติอิตาลี กล่าวเปิดใจภายหลังช่วยทำให้ทีมเอาชนะคู่แข่งได้สำเร็จ

อัลเลกรี รับคงต้องขอคุยส่วนตัวกับ ป็อกบา หน่อยแล้ว

มัสซิมิเลียโน่ อัลเลกรี ผู้จัดการทีมหน้าบอกบุญไม่รับของสโมสร ม้าลาย ยูเวนตุส กล่าวตำหนิฟอร์มการเล่นที่ไม่เอาไหนของลูกทีมที่มักจะส่งบอลเสียกันง่ายๆแม้ว่าทีมเอาชนะ อตาลันต้า ได้สำเร็จ 2-0 ก็ตาม โดยเฉพาะกองกลางตัวความหวังของทีม ปอล ป็อกบา ที่ดูเหมือนไม่มีทัศนคติที่ดีเอาเสียเลยในการลงสนามเกมนี้ และเห็นทีจะต้องสั่งสอนกันหน่อยเสียแล้ว เพราะทำอะไรไม่ได้เรื่องจริงๆ จากการแข่งขันในเกมดังกล่าวทำให้ ยูเวนตุส ได้ขึ้นมาเป็นทีมจ่าฝูงแบบไม่มีทีมไหนมีคะแนนใกล้เลย โดนทำห่างโรม่าไป 3 คะแนนเรียบร้อยแล้วแต่ทว่า มัสซิมิเลียโน่ อัลเลกรี ก็ยังหงุดหงิดฟอร์มการเล่นในเกมนี้เป็นอย่างมากที่ทำให้สุดท้ายทุกคนต้องมาเหนื่อยกันอยู่ตลอดเวลา “ผมก็คิดนะครับว่าครึ่งเวลาแรกพวกเราก็เล่นดีมากๆ แต่เมื่อลงสนามไปในครึ่งเวลาหลังมันเป็นอะไรที่นอกเหนือที่คิดไปเลย โดยเฉพาะช่วงครึ่งชั่วโมงสุดท้าย มันเหมือนคนแผ่วปลายมากๆ” “ผมก็ยินดีกับ อันเดรีย บาร์ซายี่ ด้วยที่เขาสามารถทำประตูได้ วันนี้เขายิงได้นอกบ้านด้วยนะ เขาคือกองหลังที่ช่วยป้องกันลูกตั้งเตะได้อย่างสุดยอดมาโดยตลอดที่ผ่านมาเลย เขายิงประตูวันนี้มันสำคัญจริงๆเพราะช่วยให้พวกเราเล่นได้ง่ายกว่าเดิม” “และโดยทั่วไปแล้วนั่นสโมสรชั้นนำต่างๆต้องมีนักเตะขั้นสุดยอดอยู่ในหลายๆที่ไม่ใช่ว่าเราเล่นดีแค่ในบ้าน มันไม่พอหรอก ฤดูกาลนี้ทีมเราตอนนี้มีคะแนนนำหน้าคู่แข่ง 3 คะแนน เรายังยิงประตูมากกว่า 10 ลูกด้วย แสดงให้เห็นแล้วว่าเกมรับของทีมสำคัญมากขนาดไหน” “แต่อย่างไรก็แล้วแต่ วันนี้ ป็อกบา ไม่ได้อยู่ในเกมที่เขาควรจะเป็นเอาเสียเลย ไม่ควรจะเห็นเล่นได้แค่นี้นะ”

เบนเทเก้ บอกหลังเกมผมไม่พุ่งนะครับ

คริสเตียน เบนเทเก้ ศูนย์หน้าขาอ่อนของสโมสร ลิเวอร์พูล ยืนยันอีกครั้งแล้วว่าเขานั้นโดน ดาเมียน เดลานี่ย์ กองหลังทีมเจ้าบ้าน คริสตัล พาเลซ เข้ามาสกัดโดนขาจริงๆเลยล้มและทีมได้ลูกที่จุดโทษ หลังจากที่หงส์แดง ลิเวอร์พูล ได้ลูกที่จุดโทษในช่วงก่อนหมดเวลาทำเอาเป็นประเด็นร้อนแรงอย่างมากในโลกออนไลน์และเชื่อกันว่า คริสเตียน เบนเทเก้ นั้นมีเจนตาพุ่งล้มอย่างชัดเจนมากๆ แต่ล่าสุดนั้นมีภาพออกมาให้เห็นว่าทั้งสองคนมีกระปะทะกันจริงๆ ซึ่ง คริสเตียน เบนเทเก้ ก็เลยได้ทีออกมาพูดเลยในกรณีดังกล่าวที่เขาโดนวิจารณ์ “ผมเชื่อว่าเขาโดนผมแน่นอน ไม่อย่างนั้นผมจะล้มไปทำแมวอะไรละครับ จริงไหมเอ่ย”คริสเตียน เบนเทเก้ กล่าว “กรรมการเขารู้ดีกว่าเราอีก แล้วยังตัดสินได้ถูกต้องด้วย” “คุณมีเกมการลงสนามแบบนี้คุณต้องเตรียมตัวให้พร้อมที่สุด ในการที่ผู้จัดการทีมให้เราลงสนามเราก็ต้องลงไปทำหน้าที่ของเราให้ดีที่สุดเท่าที่ทำได้เท่านั้น เราไม่ต้องไปคิดอะไรมากเลย” จากการพุ่งล้มดังกล่าวส่งผลทำให้ ลิเวอร์พูล ได้ 3 คะแนนอันล้ำค่ามากสุดๆมาครองได้สำเร็จ แม้ในวันที่พวกเขาต้องเหลือนักเตะเพียงแค่ 10 คนเท่านั้นก็ตาม ซึ่งในตอนนี้ทีม หงส์แดง อยู่ในอันดับที่ 7 ของตาราง มีคะแนนไล่ตามทีม แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ทีมอันดับที่ 6 อยู่เพียง 3 คะแนนเท่านั้น และมีแต้มตามหลังทีมอันดับที่ 4 …

ดีเอโก้ คอสต้า ยังอยากอยู่ในทีม เชลซี เหมือนเดิม

ดีเอโก้ คอสต้า กองหน้าวัยหนุ่มแต่หน้าแก่ของทีม เชลซี ยืนยันว่าเขามีความสุขดีในทีม เชลซี แม้ว่าจะมีสื่อต่างๆมากมายวิจารณ์ว่าอนาคตของเขานั้นเริ่มไม่มีความแน่นอนแล้วก็ตาม สื่อจากทาง สเปน มองว่า ดีเอโก้ คอสต้า ไม่ค่อยมีความสุขกับ เชลซี เท่าที่ควร และอาจจะเลือกที่จะรับเงินน้อยลงเพื่อหาความท้าทายใหม่ๆ และอาจตัดสินใจกลับไปอยู่กับ แอตเลติโก้ มาดริด อีกครั้งในฤดูกาลหน้า แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นล่าสุด เจ้าตัวที่กำลังอยู่ในระหว่างทัวร์เอเชีย ก็เปิดใจว่าเขาจะฝากอนาคตเอาไว้ที่ทีม เชลซี เหมือนเดิม “มันไม่ใช่คำถามที่ตอบยากเลยแม้แต่น้อย ผมมาอยู่ที่นี่ได้ไม่นานเลยจริงๆ และมันสำคัญมากๆถ้าหากผมจะได้อยู่ในทีมของเราต่อไป ผมอยากจะมีโอกาสเป็นแชมป์ร่วมกับทีมเพิ่มขึ้นอีก”ดีเอโก้ คอสต้า กล่าวเกี่ยวกับข่าวลือที่ออกมาก่อนหน้านี้มากมายว่าเขาเตรียมวางแผนกลับไปเล่นให้ทีมเก่า หลังจากนั้นนักข่าวก็ไปถาม โจเซ่ มูรินโย่ ว่ารู้สึกอย่างไรบ้าง “เขาเป็นนักเตะที่รับผิดชอบตัวเองได้ดีมากๆในห้องแต่งตัว เขาเป็นคนตลกมากๆด้วยและเขากับเพื่อนร่วมทีมเข้ากันได้ดีจริงๆ ทุกๆคนที่นี่ต่างก็มีความสุขที่ได้ทำงานร่วมกับ ดีเอโก้ นะ” “ตอนนี้เขาพูดภาษาอังกฤษได้ไม่ค่อยดี เขาเลยแสดงออกได้น้อยมากกับข่าวที่ออกมาว่าไม่พอใจมากน้อยแค่ไหน และเขาไม่รู้จะพูดอย่างไรว่าตัวเองมีความสุขในทีม เชลซี”โจเซ่ มูรินโญ่ เปิดเผยสถานการณ์ของ ดีเอโก้ คอสต้า ในทีมของเขาว่ายังคงเหมือนเดิม

ฆวน มาต้า ออกมายกย่อง เจอร์ราร์ด เช่นกัน

ฆวน มาต้า มิดฟิลด์ซ้ายธรรมชาติของทีม ปีศาจแดง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ได้ใช้พื้นที่ส่วนตัวเขียนข้อความถึง สตีเฟ่น เจอร์ราร์ด มิดฟิลด์ตัวเก่งของทีม ลิเวอร์พูล ยอดมิดฟิลด์ทีมชาติ สเปน ที่เป็นคนยิงประตูหงส์แดง 2 ลูกดับคาถิ่น แอนฟิลด์ ออกมาพูดถึง สตีเฟ่น เจอร์ราร์ด ที่เกมล่าสุดได้ลงสนามเป็นนัดสุดท้ายในสนาม แอนฟิลด์ ของ ลิเวอร์พูล เนื่องจากฤดูกาลหน้าเขาจะย้ายไปอยู่กับทีม แอลเอ แกแล็กซี่ ยอดทีมของ เมเจอร์ลีก “ผมจะขอใช้โอกาสดีๆแบบนี้ อวยพรให้กับ สตีเฟ่น เจอร์ราร์ด เสียหน่อยนะ ผมขอให้เขาโชคดีหลังจากที่ไม่ได้อยู่ในถิ่นแอนฟิลด์แล้วก็ตาม” “ผมไม่คิดในเรื่องว่าเป็นทีมอริเลยตอนนี้นี้ เขาคือคนที่ทำให้พวกเรามีความทรงจำดีๆในเกมฟุตบอลเสมอ สิ่งที่เคยทำมาก่อนหน้านี้ของเขาทั่วโลกได้เห็นกันแล้ว” ฆวน มาต้า ก่อนที่จะย้ายมาเล่นให้ ปีศาจแดง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เขานั้นอยู่ในทีมของ โจเซ่ มูรินโญ่ กุนซือจอมดุของ เชลซี และไม่มีโอกาสได้ลงสนามเท่าที่ควรเนื่องจาก มูรินโญ่ มองว่า ออสการ์ คือตัวเลือกที่ดีมากกว่าสำหรับเขา และได้ให้ …